โควิด-19 ห่า... งกันสักพัก

สถานการณ์ที่มนุษยชาติกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ ทำให้นึกถึงคำคำหนึ่ง “ห่า” ไม่ใช่คำหยาบคาย แต่เป็นคำที่คนสยามใช้เรียกโรคระบาดในอดีต 

ไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 (Coronavirus/ Covid-19) เป็นคำที่ใช้เรียกโรคปอดอักเสบ จากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 ( Novel Coronavirus; 2019-nCoV)

26 มีนาคม 2563 NHK World-Japan ได้เผยแพร่การทำวิจัยของสถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้กล้องความไวสูงถ่ายภาพอนุภาคที่มีขนาดเพียง 0.1 ไมครอนได้ “เราทราบว่า โควิด-19 ติดต่อได้จากการสัมผัสวัตถุที่มีไวรัส และการสูดละอองจากการไอและจาม เรามีข้อมูลล่าสุดคือ โควิด-19 อาจติดต่อจากละอองฝอยขนาดเล็ก หรือ ‘ไมโครดรอปเล็ต’ ได้ด้วย” ดูวีดีโอการทำวิจัยตรงนี่จ้า

ผู้ป่วยรายแรกถูกพบที่เมืองอู่ฮั่น (Wuhan) ประเทศจีน ในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 อ่านที่มา อาการ และการป้องกันโรคจากแพทยสภาตรงนี้จ้า

23 มกราคม 2563 เป็นครั้งแรกที่ทรายได้ยินเกี่ยวกับเรื่องไวรัสนี้จากแม่ของแฟนที่ส่งอีเมลล์บอกว่าให้อยู่ห่างๆจากคนที่ป่วย ตอนนั้นไม่เข้าใจในสิ่งที่แม่เตือน เพราะไม่ได้สนใจข่าวและกำลังเตรียมตัวไปเที่ยวต่างประเทศ

23 มกราคม ถึง 6 กุมภาพันธ์ ทรายเดินทางไปเที่ยวกัมพูชาและเวียดนามกับแฟน ช่วงที่เที่ยวที่เสียมราฐ ชาวกัมพูชาใช้ชีวิตอย่างปกติ แต่พอมาถึงที่ดานัง ชาวเวียดนามใส่หน้ากากอนามัยกันเกือบทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็ก วันกลับนั่งเครื่องบินจากฮานอยลงที่สนามบินดอนเมือง ตรงขาเข้ามีการตั้งจุดคัดกรองตรวจไข้ผู้โดยสารทุกคนโดยใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบยิงอินฟาเรดที่หน้าผาก ตอนโดนเช็คทรายก็แอบเกร็งนิดหน่อย แต่เราสองคนก็ผ่านมาได้ด้วยดี

ไวรัสนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัว จนกระทั่งวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ทรายได้รับอีเมล์จากลูกค้าชาวสเปน ขอยกเลิกทริป 20วัน ที่จะมาในเดือนกรกฎาคม เหตุเพราะโรคห่านี่!

ทรายจึงคิดอยากเก็บเหตุการณ์ที่จะอยู่ในประวัติศาสตร์โลก เพื่อคนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงความเสียหายจากไวรัสโควิด-19

ข่าวรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน มีกิจกรรมมากมายเกิดขึ้น

จนมาถึงวันนี้ สถานการณ์ทั่วโลกยังคงไม่คลี่คลาย รวมทั้งในประเทศไทย

11 เมษายน 2563 มียอดผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศไทยทั้งหมด 2,518 ราย

ที่มา THE BANGKOK INSIGHT

โควิด-19 ทำให้สังคมไทยตื่นตัว ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพและสุขอนามัย… เพียงแค่ลมหายใจ ความตายก็คืบคลานมาหาเราได้

“กินร้อน ช้อนกู ต่างคนต่างอยู่ ห่างกู 2เมตร”